เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 16 กุมภาพันธ์ 2026 at 17:36.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,889
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,028
    ค่าพลัง:
    +26,858
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,889
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,028
    ค่าพลัง:
    +26,858
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพรู้สึกว่าอยากให้มีเวลาวันหนึ่งสัก ๓๖ ชั่วโมง..! จะได้ทำงานทำการต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นทันกับความต้องการของตนเอง ในบางช่วงซึ่งเดินทางไปทวีปยุโรปก็ดี ไปมณฑลซินเจียงของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ดี รู้สึกชอบมาก ๆ เนื่องเพราะว่าบ้านเขาเช้าเร็วเป็นพิเศษ ประมาณตี ๓ ของบ้านเราก็สว่างแล้ว ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ก็ยังไม่มืด สามารถทำการทำงานอะไรได้มากกว่าปกติ

    เพียงแต่ว่าวันนี้ที่นึกอยากให้มีเวลาเพิ่มขึ้นก็เพราะว่า มีงานการประเดประดังเข้ามามากเป็นพิเศษ เริ่มจากการวิ่งไปทำวัตรเช้าและเจริญพระกรรมฐาน ร่วมกับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    เมื่อเจริญพระกรรมฐานแล้ว บรรดาพิธีกรต่างก็ขอให้กระผม/อาตมภาพบรรยายพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเห็นกระผม/อาตมภาพพูดมาก หรือว่าเห็นกระผม/อาตมภาพมีประสบการณ์มากก็ไม่รู้ ? จึงต้องบรรยายให้ท่านถึง ๒ รอบ ก็คือหลังทำวัตรเช้าและเจริญพระกรรมฐาน ๑ รอบ และหลังจากที่พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี บรรยายในหัวข้อ "กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๗ หมวดที่ ๕" ไปแล้วอีก ๑ รอบ

    อยู่ในลักษณะที่ว่าถ้ากระผม/อาตมภาพเห็นว่าตรงไหนยังขาดอยู่ก็ให้เสริมเข้าไปด้วย และกระผม/อาตมภาพก็ดันไปเห็นในส่วนที่ขาดเข้าจริง ๆ จึงต้องทำหน้าที่บรรยายถวายความรู้ ให้กับท่านทั้งหลายในส่วนที่ขาดตกบกพร่องอยู่ เล่นเอาแทบจะเดินทางกลับที่พักไม่ทันเวลาฉันเพล..!

    หลังเพลแล้วก็ต้องมาออกหนังสือในนามของประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ อันดับแรกเลย ก็เพื่อเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมงานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญถวายอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ นั้น เฉพาะในอำเภอทองผาภูมิก็มีถึง ๓๐ กว่าหน่วยงานแล้ว ยังมีหน่วยงานข้างเคียงและภายในจังหวัดอีกต่างหาก..!

    จากนั้นก็ต้องทำหนังสือขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งการจัดนิทรรศการเข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งนิทรรศการต่าง ๆ นี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มสีสันให้กับทางงานโดยเฉพาะ เราจัดตั้งแตวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ถ้าหากว่าในช่วงซึ่งไม่มีการแสดง ที่ภาษาพิธีกรเขาเรียกว่า "เวทีตาย" แล้วเราไม่มีงานนิทรรศการให้ผู้มาร่วมงานดู ก็จะเป็นอะไรที่กร่อยมาก..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,889
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,028
    ค่าพลัง:
    +26,858
    จากนั้นก็ต้องส่งหนังสือถึงบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะมาสาธิตงานทางด้านวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหารพื้นเมือง การทอผ้า การแกะสลักผักผลไม้ เหล่านี้เป็นต้น แล้วยังต้องทำหนังสือถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อมาเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหารพื้นเมืองก็ดี การแข่งขันที่เพิ่มความสนุกสนานแก่งาน อย่างเช่นการขูดมะพร้าวด้วยมือก็ตาม

    ในระหว่างนั้นก็มีงานต่าง ๆ แทรกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นงานของทางกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดงานธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ๗๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่ปีนี้ขออนุญาตมาเดินธุดงค์เลียบริมแม่น้ำแคว ซึ่งก็แปลว่ากระผม/อาตมภาพต้องรับเป็นเจ้าภาพใหญ่นั่นเอง จึงต้องประสานงานกับวัดต่าง ๆ ในเส้นทาง ขอทั้งที่พักและอาหารเช้า ให้แก่ผู้เข้าร่วมเดินธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งเรารับไม่เกิน ๗๕ รูป

    แต่ก็มีบุคคลผู้มีจิตศรัทธาเป็นแม่ออกแม่ขาว พูดง่าย ๆ ว่าแม่ชีนั่นเอง จะขอมาร่วมเดินธุดงค์ด้วย กระผม/อาตมภาพต้องตัดออกไปจนหมด เนื่องเพราะว่าแม้จะเป็นการธุดงค์ที่เรียกว่าทำไปเพื่อขัดเกลากิเลสก็จริง แต่การที่มีพระภิกษุเดินนำ แล้วผู้หญิงเดินตาม อย่างไรเสียก็ดูไม่งามในสายตาคนอื่น..!

    แล้วไหนจะมีเรื่องราวประมาณว่า มีการมอบวุฒิบัตรเกียรติบัตรในงานให้หรือไม่ ? มีการจ่ายค่ารถให้กับผู้ร่วมเดินธุดงค์ในครั้งนี้หรือไม่ ? มีการแจกจ่ายย่ามที่ระลึกให้เหมือนกับงานก่อน ๆ หรือไม่ ? สามารถใส่รองเท้าหุ้มข้อในการเดินได้หรือไม่ ? เหล่านี้เป็นต้น ต้องคอยแก้ปัญหาเป็นระยะ ๆ ไหนจะต้องส่งงานทางไลน์ของทางชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุนอีก เจอหลาย ๆ งานเข้าก็ออกอาการเมา ถึงขนาดส่งรูปงานซ้ำไปก็มี..!

    แล้วก็ยังต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนสำหรับท่านทั้งหลายอีก ถ้าหากว่าวันไหนบันทึกเสียงธรรมเร็ว ท่านทั้งหลายก็ชอบใจ แต่ถ้าหากว่าบันทึกเสียงธรรมช้า อย่างเช่นว่าอยู่วัด ก็ต้องบันทึกในเวลา ๑๘.๕๐ น. ซึ่งก็คือเวลาหลังการทำวัตรค่ำรอบแรกของพระภิกษุสามเณรและญาติโยมวัดท่าขนุน อันเป็นต้นแบบของเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนนั่นเอง ซึ่งก็คือเรื่องต่าง ๆ ที่กระผม/อาตมภาพบ่นบ้าง ว่าบ้าง เกี่ยวกับความประพฤติและการกระทำของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนแม่ชีและฆราวาสในวัด

    แล้วเกิดมีคนเห็นประโยชน์ ไม่อยากให้บ่นทิ้งบ่นขว้าง จนกระทั่งนำไปลงในยูทูบ กลายเป็นเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอย่างที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้ แต่พอไปบันทึกตามเวลาต้นฉบับก็กลายเป็นช้าไปอีก และถ้าหากว่าอยู่ต่างประเทศ การเดินทางติดพัน บางทีก็ต้องบันทึกตอน ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ท่านทั้งหลายก็ออกอาการ "ลงแดง" เสียนี่..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,889
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,028
    ค่าพลัง:
    +26,858
    ขอให้คิดถึงคนแก่อย่างกระผม/อาตมภาพบ้าง ว่าตรากตรำทำงานมาทั้งวันแทบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน ทำอะไรล่าช้าไปบ้าง ก็โปรดอดทนรอสักนิดหนึ่ง เป็นการวัดกำลังใจของตนเองด้วยว่า เรายังอยากได้ใคร่ดีอะไรมากมายอยู่หรือไม่ ? ถ้าประมาณว่าเร็วก็ได้ ช้าก็ดี ถือว่าท่านทั้งหลายเสมอตัวแค่นั้น แต่ถ้าต้องการเร็วอย่างเดียวแล้วช้าไม่ได้ แปลว่ากำลังใจของท่านทั้งหลายยังใช้ไม่ได้..!

    เรื่องทั้งหลายที่เราทำในแต่ละวันจึงเป็นเครื่องบ่งบอกถึงการปฏิบัติของเราเองว่า การปฏิบัติธรรมของเรานั้นมีความก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ ทำแล้วใจเย็นลงหรือไม่ สามารถ
    "อดได้ ทนได้ รอได้" อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ทอง - พระพรหมมงคล วิ. (ทอง สิริมงฺคโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเคยกล่าวเอาไว้หรือไม่ ?

    ในแต่ละวัน เราจะรู้ว่ากำลังใจของเรานั้นดีกว่าเมื่อวานหรือแย่กว่าเมื่อวาน ก็จากการที่พยายามมองดูตนเองอยู่เสมอ การมองจริยาคนอื่นนั้น เรามีแต่ขาดทุน เพราะว่านอกจากส่งใจออกนอกแล้ว ยังเป็นเครื่องสร้าง รัก โลภ โกรธ หลง ให้งอกงามในใจของเราอีกด้วย เพราะว่าถ้าชอบใจก็เป็นราคะและโลภะ ถ้าไม่ชอบใจก็เป็นโทสะและโมหะ เหล่านี้เป็นต้น การดูคนอื่นจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ยกเว้นว่าดูแบบผู้มีปัญญา ดูแล้วนำมาเป็นครูสอนตนเอง

    ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น การดูที่ตัว แก้ที่ตัว จึงจะตรงปัญหามากที่สุด และทำให้เรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ละวันเราจึงต้องประเมินตัวเอง ดูใจตัวเองอยู่เสมอว่า รัก โลภ โกรธ หลง กินใจของเราได้มากน้อยเท่าไร ? ถ้าไม่สามารถดูตรงนี้ได้ ต่อให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติไปกี่ปีก็ไร้ประโยชน์ หรือว่าถึงสามารถดูได้ แต่แก้ไขกำลังใจของตนเองไม่ได้ ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ประมาณว่าเห็นหนทางอยู่แท้ ๆ แต่ไม่ยอมเดินไป..!

    วิธีที่ดีที่สุดในขณะที่ รัก โลภ โกรธ หลง กำลังโจมตีเราอยู่นั้น ก็คือการเลิกส่งใจออกนอกไปเรื่องราวต่าง ๆ ย้อนกลับมาอยู่กับปัจจุบัน คือลมหายใจเข้าออกของเรา สามารถกลับมาได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ไฟกิเลสจะเผาเราให้เร่าร้อนก็มีน้อยเท่านั้น กลับมาช้าเท่าไร บางทีก็โดนไฟกิเลสโหมท่วมไปหลายวันก็มี..!

    ท่านทั้งหลายจึงต้องตระหนักและแก้ไขตนเองตรงนี้ให้ได้ พยายามอย่าไปยินดียินร้ายกับสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา วางกำลังใจให้เป็นกลาง ๆ ประมาณว่าอยู่ก็ได้ ตายก็ดี อยู่เราก็ได้สร้างบุญสร้างบารมี ถ้าตายลงไปวันนี้ เราขอไปพระนิพพาน ถ้าท่านทั้งหลายสามารถตั้งกำลังใจไว้แบบนี้ และชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ถึงเวลาท่านทั้งหลายย่อมจะมีสุคติเป็นที่ไปได้ดังที่หวังเอาไว้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...